Get Adobe Flash player

"สวนลุงนิล ชุมพร" มีพืชคอนโดฯ 9 ชั้น


การทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจนสามารถปลดหนี้ได้หมด แล้ว คุณลุงนิลตัดสินใจที่จะแบ่งปันความรู้ให้เกษตรกรรายอื่นๆ ด้วยการเปิด "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติพืชคอนโดฯ 9 ชั้น" ซึ่งพร้อมที่จะเผยแพร่ความรู้แก่ผู้สนใจ พร้อมเปิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในลักษณะโฮมสเตย์ในพื้นที่
หากเอ่ยชื่อ คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ถ้าพูดถึง "สวนลุงนิล" ซึ่งเป็น "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติพืชคอนโดฯ 9 ชั้น" ชาวบ้านแห่งบ้านทอนอม หมู่ที่ 6 ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร และเกษตรกรส่วนใหญ่ในจังหวัดชุมพรคงเคยได้ยินชื่อบุคคลผู้นี้ที่ได้รับการ ยอมรับจากหลายหน่วยงานว่าเป็นเกษตรกรตัวอย่าง ที่มีชีวิตน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะบุคคลผู้นี้มีความรู้แค่ชั้นประถมปีที่ 4 เคยมีอาชีพเป็นช่างตัดเสื้อ เป็นเจ้าของร้านอาหาร 9 แห่ง และเคยเป็นเจ้าของสวนทุเรียนที่ประสบปัญหาจนมีหนี้สินกว่า 2 ล้านบาท แต่เขาก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของตนด้วยการยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนสามารถปลดหนี้ และกลายเป็นผู้ที่มีรายได้ปีละนับล้านบาทเลยทีเดียว



คุณ สมบูรณ์ หนุ่มใหญ่วัย 56 ปี เป็นชาวอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ในวัยเด็กเขาเคยฝันว่าโตขึ้นจะเป็นครู แต่เพราะฐานะทางบ้านไม่ดี เมื่อโตขึ้นเขาจึงต้องหันไปเรียนวิชาตัดเย็บเสื้อผ้า ก่อนจะเปิดร้านเล็กๆ รับเย็บเสื้อผ้าได้ประมาณ 4 ปี แต่เมื่อไม่สามารถสู้กับเสื้อผ้าโหลจากโรงงานที่ผลิตออกมาเป็นจำนวนมากได้ จึงต้องเลิกกิจการหันไปเรียนวิชาทำอาหาร แล้วไปทำงานเป็นกุ๊กอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้าที่กรุงเทพฯ จากนั้นไปทำงานที่ร้านอาหารในจังหวัดภูเก็ต เมื่อเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งก็นำมาลงทุนเปิดร้านอาหารหน้าวิทยาลัยเกษตรกรรม ชุมพร อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร โดยมีน้องสาว 4 คน มาช่วยกันดูแลกิจการ พร้อมกับซื้อสวนกาแฟไว้ 17 ไร่ ที่บ้านทอนอม ตำบลช่องไม้แก้ว แต่แล้วก็เกิดมีปัญหากับผู้ที่ประกอบอาชีพร้านอาหารด้วยกัน คุณลุงนิลจึงถูกคนร้ายยิงถึง 7 นัด ที่ศีรษะ 1 นัด ขา 1 นัด สะโพก 2 นัด และหน้าท้อง 3 นัด จนอาการสาหัส มีลูกน้องเสียชีวิต 1 คน เมื่อหายเป็นปกติเขาจึงตัดสินใจย้ายไปเปิดร้านอาหารที่หัวหินจนขยายสาขาได้ 10 ปี มีถึง 9 สาขา แต่สาขาที่ 9 เป็นร้านขายผลไม้จึงกลับมาชุมพรเพื่อหาผลไม้ป้อนเข้าร้าน

"มี อยู่วันหนึ่ง เดินทางไปซื้อทุเรียนที่จังหวัดระยอง เห็นทุเรียนที่นั่นขายได้ราคาดีมาก เลยตัดสินใจว่าจะปลูกทุเรียนแทนกาแฟที่ถูกไฟไหม้ไปในสวนที่อำเภอทุ่งตะโก โดยให้ภรรยาคนก่อน (แม่ของลูก 3 คน) และญาติๆ ช่วยดูแลร้านอาหารให้ ส่วนตัวเองก็มาปลูกทุเรียนอยู่ที่นี่ เมื่อปี 2529 โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 4 แสนบาท ปลูกทุเรียนอย่างเดียว ประมาณ 700 ต้น เมื่อภรรยากับลูกๆ กลับมาเห็นในปี 2530 ก็ชอบใจ จึงตัดสินใจเซ้งร้านอาหารทั้ง 9 แห่ง เพื่อนำเงินจำนวน 2 ล้านบาท มาลงทุนที่สวนทุเรียนทั้งหมด" คุณลุงนิล กล่าว คุณลุงนิล เล่าให้ฟังต่อไปว่า หลังปลูกทุเรียนได้ 2 ปี เงิน 2 ล้านบาท ก็เริ่มหมดไป เพราะทุเรียนในสวนประสบปัญหาเนื่องจากขาดน้ำจนได้รับความเสียหายเหลือเพียง ไม่กี่ต้นเท่านั้น ขณะที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องกินต้องใช้ ภรรยาทนไม่ไหวก็ขอไปทำร้านอาหารต่อที่กรุงเทพฯ ตนจึงเริ่มต้นกู้ยืมเงินเสียดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน จนเป็นหนี้เกือบ 2 ล้านบาท ทุกวันจะมีแต่เจ้าหนี้มาทวงหนี้ ทำให้รู้สึกท้อแท้และหมดหวัง ถึงกับเคยคิดสั้นที่จะยิงตัวตาย โดยไปยืนกอดต้นทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในสวน



พร้อมทั้งพูดกับต้นทุเรียนต้นนั้นว่า

"ข้า เคยคิดว่าจะตายก่อนแก แต่นี่แกกลับมาตายก่อนข้า ดังนั้น ข้าไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไมอีกแล้ว" ต่อจากนั้นก็กลับเข้าบ้าน หยิบปืนขึ้นมาจ่อที่ขมับ แต่เมื่อเห็นหน้าลูกชายก็ถามตัวเองว่า "ถ้าเราตายแล้วลูกๆ ที่ยังเล็กอยู่ทั้ง 3 คน จะอยู่กับใคร"

เมื่อ มีคำถามเกิดขึ้นในใจโดยหาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ จึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะฆ่าตัวตาย และคืนวันนั้นคือวันที่ 4 ธันวาคม 2540 ได้เปิดทีวีดู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการทำเกษตรกรรมทฤษฎีใหม่ ตนฟังแล้วถึงกับน้ำตาไหลและยกมือไหว้ท่วมหัว และเหมือนกับการจุดประกายให้เกิดความคิดที่จะทำตาม โดยเขียนป้ายเอาไว้ว่า "จะขอตามเท้าพ่อ" พอตื่นเช้าก็เริ่มต้นสำรวจตัวเองแล้วพบว่า รูรั่วที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้การทำสวนของตนมีปัญหาคือเงินที่ใช้ซื้อปุ๋ยเคมี ปีละหลายแสนบาท เมื่อรู้เช่นนั้นจึงหยุดการซื้อปุ๋ยทุกชนิดทันที แล้วหันมาใช้ EM หรือน้ำจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชแทน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ย พร้อมทั้งหันมาใช้วิธีปลูกพืชห่มดินตามแนวทางของในหลวง
 
"ตาม หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ ทรงแนะว่าการทำสวนอย่าเปลือยดิน ควรปลูกพืชห่มดินเอาไว้ จึงเปลี่ยนความคิดใหม่ จากสวนที่ไม่มีหญ้าแม้แต่ต้นเดียว กลายเป็นสวนที่ปล่อยให้หญ้าขึ้นรกไปหมด ตรงไหนเป็นที่ว่างก็เอาใบตองหรือเศษใบไม้ใบหญ้าไปปิดเอาไว้ พร้อมยึดหลักลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส นั่นคือ ปลูกพืชที่เราชอบกินแซมตามที่ว่างระหว่างต้นทุเรียน เช่น ปลูกต้นส้มจี๊ด ปลูกกระชาย ปลูกกล้วยเล็บมือนาง พร้อมทั้งเลิกการใช้สารเคมีทุกชนิด พอผ่านไปประมาณ 1 ปี ชีวิตก็เริ่มเปลี่ยน มีเงินเหลือจึงนำไปปลดหนี้ ใช้เวลาประมาณ 6 ปี หนี้ที่มีอยู่ 2 ล้าน ก็สามารถใช้คืนเขาได้หมดแล้ว" คุณลุงนิล เล่าอย่างภาคภูมิใจ
หลังสามารถปลดหนี้ได้แล้ว คุณลุงนิล ทราบว่า ที่ ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร มีศูนย์ศึกษากสิกรรมธรรมชาติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จึงสนใจและเดินทางไปขอศึกษาด้วย โดยครั้งแรกใช้เวลาในการเรียนรู้ 3 วัน อีกครั้งใช้เวลา 4 วัน 3 คืน หลังจากจบการอบรมแล้วคิดว่าตนได้รับความรู้มากกว่าที่คาดเอาไว้ เช่น ได้สูตรในการทำน้ำชีวภาพต่างๆ รู้จักวิธีปลูกพืชห่มดินที่ถูกต้อง วิธีการรีไซเคิลขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก การทำปุ๋ยชีวภาพ ทั้งปุ๋ยหมัก ปุ๋ยน้ำ และแนวทางกสิกรรมธรรมชาติอีกมากมาย



"สิ่งภาคภูมิใจ มากในขณะนี้ก็คือ การทำพืชคอนโดฯ 9 ชั้น นั่นคือ การปลูกพืชเป็นชั้นๆ 9 ชั้น

ชั้นที่ 1 คือ การขุดบ่อเลี้ยงปลา พร้อมกับปลูกพืชน้ำอย่างผักกระเฉด ผักบุ้ง บัว

ชั้นที่ 2 คือ การปลูกพืชจำพวกกลอย มันหอม และพืชตระกูลหัวทั้งหมด เช่น ขมิ้น กระชาย

ชั้นที่ 3 ปลูกพริกหน้าดิน และผักเหลียง

ชั้นที่ 4 ปลูกส้มจี๊ด

ชั้นที่ 5 ปลูกกล้วยเล็บมือนาง

ชั้นที่ 6 ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทอง

ชั้นที่ 7 ปลูกสะตอ มังคุด ลองกอง โดยทุกต้นจะปลูกพริกไทยดำให้เลื้อยขึ้นไปบนต้นเพื่อเป็นรายได้เสริมด้วย

ชั้นที่ 8 เป็นส่วนของธนาคารต้นไม้ ที่ปลูกไว้กิน ไว้ใช้ ไว้จำหน่ายพันธุ์ไม้ให้สมาชิก และ

ชั้นที่ 9 ปลูกไม้ยางนา 30 ต้น สูงต้นละประมาณ 40-50 เมตร และเพาะกล้าไว้อีก 500 กล้า

ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการเดินตามรอยพ่อทั้งสิ้น" คุณลุงนิล กล่าว
 
คุณ ลุงนิล ยังเปิดเผยว่า นอกจากรายได้จากการขายทุเรียนที่เป็นรายได้หลักแล้ว ยังมีรายได้จากพืชต่างๆ ที่ปลูกแซมเข้าไปในสวน นั่นคือ กลอย สามารถขายได้ปีละประมาณ 1 แสนบาท ส่วนกระชาย นำไปส่งโรงงานผลิตเครื่องแกง ปีละประมาณ 4 ตัน พร้อมน้ำสมุนไพรคุณลุงนิลอีก ประมาณ 5 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 12 บาท ส้มจี๊ดที่ใช้ใส่อาหารแทนมะนาวมีรายได้วันละประมาณ 2 พันบาท กล้วยเล็บมือนาง จะตัดสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 1 ตัน ราคากิโลกรัมละ 5 บาท โดยมีร้านค้าแถวศาลพ่อตาหินช้าง อำเภอท่าแซะ ขับรถเข้ามารับซื้อถึงสวน และพริกไทยดำที่ฝากไว้ตามต้นมังคุด ต้นสะตอ ต้นลองกอง ก็ขายได้ปีละประมาณ 3 แสนบาท
 
"ในส่วนของการเลี้ยง หมูนั้น ได้ริเริ่มการเลี้ยงหมูหลุม ในลักษณะคอก ขนาด 3X3 เมตร ลึกลงไปจากพื้นดิน ประมาณ 1.5 เมตร และมีการก่ออิฐรอบๆ สูงจากดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันลูกหมูโดดออกมาข้างนอก ใช้เงินลงทุนหลุมละประมาณ 1 หมื่นบาท แล้วนำแกลบมาเทใส่ที่พื้นหลุม เมื่อหมูถ่ายลงไปบนแกลบจะเกิดการคลุกเคล้ากันจนกลายเป็นปุ๋ยชั้นดีที่สามารถ นำไปใส่โคนต้นไม้หรือนำไปขายได้หลุมละประมาณ 2 หมื่นบาท ยังไม่รวมการขายลูกหมูอีกตัวละ 1 พันบาท ซึ่ง 1 หลุม สามารถเลี้ยงลูกหมูได้ 5 ตัว" คุณลุงนิล ขยายความเรื่องหมู
หลัง ประสบผลสำเร็จจาก การทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงจนสามารถปลดหนี้ได้หมดแล้ว คุณลุงนิลตัดสินใจที่จะแบ่งปันความรู้ให้เกษตรกรรายอื่นๆ ด้วยการเปิดศูนย์กสิกรรมธรรมชาติพืชคอนโดฯ 9 ชั้น ซึ่งพร้อมที่จะเผยแพร่ความรู้แก่ผู้สนใจ พร้อมเปิดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในลักษณะโฮมสเตย์ในพื้นที่ โดยมีการก่อสร้าง "บ้านดิน" ให้ผู้ที่ต้องการเข้ามาเรียนรู้ได้เข้าพักด้วย

 


ชั้นที่ 1 ขุดสระเอาน้ำรดต้นไม้ เลี้ยงปลา ปลูกพืชน้ำ เช่น บัว ผักกระเฉด ผักบุ้ง
ชั้นที่ 2 พืชหัว เช่น ขมิ้น ข่า กระชาย เผือก กลอย มันหอม
ชั้นที่ 3 พืชหน้าดิน เช่น พืชสมุนไพร พืชสวนครัว ตะไคร้ พริก ผักเหลียง
ชั้นที่ 4 ไม้ทรงพุ่มเตี้ย อายุ 1 ปีขึ้นไป เช่น ส้มจี๊ด ส้มโชกุน มะนาว มะเขือพวง
ชั้นที่ 5 ไม้ผลขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่มเล็กกว่า 3 เมตร เช่น ทับทิม กล้วย น้อยหน่า  มะละกอ
ชั้นที่ 6 ไม้ผลและไม้ยืนต้นที่มีต้นสูง เช่น ทุเรียนหมอนทอง หมาก ลองกอง ลางสาด มังคุด ส้มโอ สะตอ ลำไย กระท้อน ขนุน ลิ้นจี่
ชั้นที่ 7 พืชเกาะเกี่ยว เช่น พริกไทย ตำลึง มะระ ถั่วฝักยาว บวบ ฯลฯ
ชั้นที่ 8 ไม้ใช้สอย เช่น ตะเคียนทอง มะฮกกะนี ทุ้งฟ้า มะยมหอม จำปาทอง
ชั้นที่ 9 ไม้ต้นสูงมาก เช่น ไม้ยางนา ตีนเป็ด ตะแบกใหญ่ ประดู่
นี่ คือ เรื่องราวการต่อสู้ของ "คุณลุงนิล" หรือ คุณสมบูรณ์ ศรีสุบัติ เกษตรกรตัวอย่างที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาชีวิต โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนสามารถปลดหนี้ปลดสิน และยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งตนเอง และยังพร้อมแบ่งปันสิ่งที่ตนได้รับจาก "การเดินตามรอยพ่อ" ให้หลายคนที่อาจจะยังมองหาหนทางไม่เจออยู่ในขณะนี้ด้วย


เบอร์โทรติดต่อ 

+8877536000


ที่อยู่

14 หมู่ 6 ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร , Chumporn, Chumphon, Thailand 86220

 

credit : oknation.net,suan loong nil.com

วันที่Viewsคอมเมนต์คอมเมนต์
Total26752
ส.. 2330
ศ.. 2250
พฤ.. 2160
พ.. 2070
 

คอมเมนต์คอมเมนต์  

 
0 #2 kateja 2012-09-10 21:19
เบอร์โทรและที่อ ยู่ ใส่ไว้ที่บทความ นะคะ
อ้างอิง
 
 
+1 #1 วรรณเพ็ญ 2012-07-06 12:09
ใส่เบอโทร ติด ต่อ ด้วยน่ะค่ะ หายากมากเลย
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ และท่านที่แสดงความคิดเห็นเลยโดยไม่ได้สมัครสมาชิก ต้องรอการตรวจสอบก่อนนะคะ แต่ถ้าสมัครสมาชิกแล้ว มีการลงชื่อเข้าใช้ คอมเม้นต์จะโชว์ชึ้นในทันทีค่ะ


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช